วันเสาร์ที่ 8 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2563

S: แบบประเมินตนเอง


บทที่ 2 กำหนดจุดหมายการเรียนรู้
S: แบบประเมินตนเอง การประเมินคุณภาพการเรียนอิงมาตรฐาน โดยใช้แนวคิดพื้นฐานโครงสร้างการสังเกตผลการเรียนรู้ มากำหนดระดับคุณภาพผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน เป็นการตรวจสอบคุณภาพการเรียนรู้ รวมถึงมาตรฐานการประเมินคุณภาพภายในและการประเมินคุณภาพภายนอก
รายการประเมิน

(4)

(3)

 (2)

(1)
1.  S : กำหนดจุดหมายการเรียนรู้
/
2. T : วิเคราะห์ภาระงาน
/
3.  U : การออกแบบการเรียนการสอนที่เป็นสากล
/
4. D : การเรียนรู้จากสื่อดิจิทัล
/
5. I : การบูรณาการความรู้
/
รวม


การกำหนดคุณภาพตามแนวคิด SOLO Taxonomy
SOLO 0          ไม่ถูกต้อง ไม่ครบถ้วน ไม่สำเร็จ พลาด ล้มเหลว
SOLO 1          ระบุ บอกชื่อ ปฏิบัติตามขั้นตอนง่าย ๆ   
 (เชิงปริมาณ)          
SOLO 2          รวมกัน อธิบาย บรรยาย ยกตัวอย่าง เชื่อมโยง  
(เชิงปริมาณ)          
SOLO 3          วิเคราะห์ ประยุกต์ อธิบายเหตุผล แสดง     
ความสัมพันธ์   (เชิงคุณภาพ)
SOLO 4          สร้างสรรค์ สรุปอ้างอิง ตั้งสมมติฐาน สะท้อน

1. U : การออกแบบการเรียนการสอนที่เป็นสากล ได้ SOLO 4  สร้างสรรค์ สรุปอ้างอิง ตั้งสมมติฐาน สะท้อน
2. D : การเรียนรู้จากสื่อดิจิทัล ได้ SOLO 4 สร้างสรรค์ สรุปอ้างอิง ตั้งสมมติฐาน สะท้อน
3. I : การบูรณาการความรู้ ได้ SOLO 4  สร้างสรรค์ สรุปอ้างอิง ตั้งสมมติฐาน สะท้อน
4. D : การเรียนรู้จากสื่อดิจิทัล SOLO 3  วิเคราะห์ ประยุกต์ อธิบายเหตุผล แสดง   
5. I : การบูรณาการความรู้ ได้ SOLO 4 สร้างสรรค์ สรุปอ้างอิง ตั้งสมมติฐาน สะท้อน




E : การประเมินเพื่อปรับปรุงการสอน


บทที่ 2 กำหนดจุดหมายการเรียนรู้
E : การประเมินเพื่อปรับปรุงการสอน การประเมินการเรียนของตนเอง โดยกำหนดค่าคะแนนจากการวิเคราะห์การประเมินการเรียนรู้ด้านความรู้ของบลูม การประเมินตามสภาพจริงและการประเมินจากแฟ้มสะสมงาน เป็นการตรวจสอบการบรรลุจุดหมายการเรียนรู้
รายละเอียดการประเมิน
1
2
3
4
5
1. U : การออกแบบการเรียนการสอนที่เป็นสากล



/

2. D : การเรียนรู้จากสื่อดิจิทัล




/
3. I : การบูรณาการความรู้


/


รวม
12

ระดับเกณฑ์การประเมิน
ระดับ 5 หมายถึง ดีเยี่ยม
ระดับ 4 หมายถึง ดีมาก
ระดับ 3 หมายถึง ดี
ระดับ 2 หมายถึง พอใช้
ระดับ 1 หมายถึง ปรับปรุง

เกณฑ์ของบลูม
ระดับมาก ได้คะแนนร้อยละ 80 ขึ้นไป
ระดับปานกลาง ได้คะแนนร้อยละ 60-79
ระดับพอใช้ ได้คะแนนน้อยกว่าร้อยละ 60

1. U : การออกแบบการเรียนการสอนที่เป็นสากล ได้ 4 คะแนน
2. D : การเรียนรู้จากสื่อดิจิทัล ได้ 5 คะแนน
3. I : การบูรณาการความรู้ ได้ 3 คะแนน
ดังนั้น 4+5+3 = 12
คิดเป็นร้อยละ ได้ร้อยละ 80 อยู่ในเกณฑ์การประเมินของบลูม คือระดับมาก

S: แบบประเมินตนเอง


บทที่ 1 การจัดการเรียนรู้และการจัดการชั้นเรียน : The STUDIES Model
S: แบบประเมินตนเอง การประเมินคุณภาพการเรียนอิงมาตรฐาน โดยใช้แนวคิดพื้นฐานโครงสร้างการสังเกตผลการเรียนรู้ มากำหนดระดับคุณภาพผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน เป็นการตรวจสอบคุณภาพการเรียนรู้ รวมถึงมาตรฐานการประเมินคุณภาพภายในและการประเมินคุณภาพภายนอก
รายการประเมิน

(4)

(3)

 (2)

(1)
1.  S : กำหนดจุดหมายการเรียนรู้
/
2. T : วิเคราะห์ภาระงาน
/
3.  U : การออกแบบการเรียนการสอนที่เป็นสากล
/
4. D : การเรียนรู้จากสื่อดิจิทัล
/
5. I : การบูรณาการความรู้
/
รวม


การกำหนดคุณภาพตามแนวคิด SOLO Taxonomy
SOLO 0          ไม่ถูกต้อง ไม่ครบถ้วน ไม่สำเร็จ พลาด ล้มเหลว
SOLO 1          ระบุ บอกชื่อ ปฏิบัติตามขั้นตอนง่าย ๆ   
 (เชิงปริมาณ)          
SOLO 2          รวมกัน อธิบาย บรรยาย ยกตัวอย่าง เชื่อมโยง  
(เชิงปริมาณ)          
SOLO 3          วิเคราะห์ ประยุกต์ อธิบายเหตุผล แสดง     
ความสัมพันธ์   (เชิงคุณภาพ)
SOLO 4          สร้างสรรค์ สรุปอ้างอิง ตั้งสมมติฐาน สะท้อน

1. U : การออกแบบการเรียนการสอนที่เป็นสากล ได้ SOLO 4  สร้างสรรค์ สรุปอ้างอิง ตั้งสมมติฐาน สะท้อน
2. D : การเรียนรู้จากสื่อดิจิทัล ได้ SOLO 4 สร้างสรรค์ สรุปอ้างอิง ตั้งสมมติฐาน สะท้อน
3. I : การบูรณาการความรู้ ได้ SOLO 4  สร้างสรรค์ สรุปอ้างอิง ตั้งสมมติฐาน สะท้อน
4. D : การเรียนรู้จากสื่อดิจิทัล SOLO 3  วิเคราะห์ ประยุกต์ อธิบายเหตุผล แสดง   
5. I : การบูรณาการความรู้ ได้ SOLO 4 สร้างสรรค์ สรุปอ้างอิง ตั้งสมมติฐาน สะท้อน




วันพุธที่ 22 มกราคม พ.ศ. 2563

การออกแบบการเรียนรู้ที่เป็นสากล


การออกแบบการเรียนรู้ที่เป็นสากล
ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ การจัดการเรียนแบบสากล
การออกแบบการเรียนรู้ที่เป็นสากล (LDL : Universal Design for Learning )
          แนวคิด Universal Design เป็นแนวคิดเกี่ยวกับการออกแบบสิ่งแวดล้อมการเรียนรู้เพื่อให้ผู้เรียนทุกคนสามารถใช้ประโยชน์จากสิ่งแวดล้อมการเรียนรู้ได้อย่างเต็มที่ การออกแบบมุ่งที่การใช้งานให้คุ้มค่า ครอบคลุมสําหรับผู้เรียนทุกคน โดยคํานึงถึงโอกาสในการใช้งานอย่างเท่าเทียมกัน ดังนั้นการนําแนวคิดการ ออกแบบการเรียนรู้สากล (Universal Design for Learning ) มาใช้ในซึ่งสามารถช่วยลดอุปสรรคต่อการเรียนรู้ ของผู้เรียนได้ และสร้างความยืดหยุ่นในการจัดการศึกษา เพื่อสนองต่อผู้เรียนที่มีความแตกต่างกันสามารถเรียนรู้ได้อย่างเท่าเทียมกัน
          แนวคิดการออกแบบการเรียนรู้ที่เป็นสากล (Universal design for learning : UDL) เกี่ยวข้องกับการ จัดสภาพแวดล้อมเพื่อการเรียนรู้ ในยุคการศึกษา 4.0 จึงมีการประยุกต์เทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อการ สนองตอบต่อความต้องการของผู้เรียนที่มีความต้องการหลากหลายและแตกต่างกัน ประกอบไปด้วยหลักการ ที่สําคัญ 3 ประการ (Strugeman, Hitchcock. Hall, Meo, & et. Al : 2006) ได้แก่
             1. การสนับสนุนการเรียนรู้เพื่อจดจํา โดยการจัดหาวิธีการนําเสนอที่ยืดหยุ่นและหลากหลาย
             2. เพื่อสนับสนุนการเรียนรู้ยุทธศาสตร์ โดยจัดหาวิธีการอธิบายหรือการแสดงออกด้วยคําพูดที่ยืดหยุ่นและหลากหลายและการเรียนรู้จากผู้ที่มีประสบการณ์มากกว่า
          3. เพื่อสนับสนุนการเรียนรู้ที่มีประสิทธิผล โดยการจัดหาทางเลือกที่มีความยืดหยุ่นให้นักเรียน มีส่วนร่วมในการเรียนรู้ตามหลักสูตร


การออกแบบที่เป็นสากลในการจัดการเรียนการสอน


การออกแบบที่เป็นสากลในการจัดการเรียนการสอน

การออกแบบที่เป็นสากลในการเรียนการสอน (Universal Design for Instruction : UDI)

          การนําแนวคิด UD มาใช้โดยเป็นการประยุกต์เพื่อการตอบสนองต่อความต้องการของผู้เรียนที่มีความต้องหลากหลาย โดยมีหลักการว่า UD นั้นต้องอยู่บนพื้นฐานของความเข้าใจ ผู้เรียนแต่ละคนมีลักษณะเฉพาะตัวที่แตกต่างกัน และมีความต้องการที่แตกต่างกันด้วย ซึ่งการนํา UD ไปใช้ในการศึกษาก็เพื่อสร้างสรรค์สภาพแวดล้อมทางการเรียนรู้ให้เหมาะสมกับความต้องการของผู้เรียนในแต่ละคน และส่งเสริมให้ผู้เรียนได้พัฒนาความสามารถของตนเองให้เต็มที่ตามศักยภาพ (Eagleton, 2008)

          Scott, Shaw and McGuire (2001) ได้เสนอหลักการในการออกแบบการเรียนการสอนที่เป็นสากลไว้ 19 ประการ ในการออกแบบการสอนที่เป็นสากล(Universal Design of Instruction หรือ UDI) ได้รับการพัฒนามาจากการศึกษาค้นคว้างานเขียนและงานวิจัยเกี่ยวกับหลักการในการออกแบบที่เป็นสากล (Universal Design หรือUD) และการเรียนการสอนที่มีประสิทธิผลเพื่อเป็นบรรทัดฐานให้ครูผู้สอนใช้ในการครุ่นคิดใตร่ตรอง โดยนําไปใช้ได้หลายวิธีด้วยกัน ไม่ว่าจะเป็นการออกแบบหลักสูตรใหม่ ๆ หรือใช้เพื่อพิจารณาการสิ่งที่ทําอยู่แล้ว ณ ปัจจุบันก็ได้ แล้วแต่ความจําเป็นของผู้สอนแต่ละท่าน หลักการทั้ง 9ประการนี้จะแสดงให้ เห็นถึงปัญหาเกี่ยวกับการสอน หรือเป็นแนวทางในการสอน ไม่ว่าจะเป็นการประเมินการเรียนรู้ของนักเรียน หรือการขยายประสบการณ์การเรียนรู้ หรือการพิจารณาว่าจะสร้างบรรยากาศในห้องเรียนให้เหมาะสมกับเด็กทุกคนได้อย่างไร ทั้งนี้ไม่ได้หมายความว่าผู้สอนจะใช้หลักการทุกข้อกับการเรียนการสอนทุกด้าน พร้อม ๆ กันได้ แต่เมื่อดูชั้นเรียนโดยองค์รวม จะพบว่าหลักการแต่ละข้อจะเข้ามามีบทบาท หลักการทั้งหมดนี้มี ประโยชน์สําหรับผู้สอนทุกท่าน ไม่เว้นแม้แต่ผู้มีประสบการณ์ช่ำชองจากสาขาวิชาต่าง ๆ และมีประโยชน์ สูงสุดสําหรับผู้สอนมือใหม่หรือครูผู้ช่วยสอนที่ต้องการคําแนะนําและแนวทางในการสอน

          Scott. Shaw and McGuire (2003 : 369 379) ได้นําเสนอหลักการในการออกแบบการเรียนการ สอนที่เป็นสากลไว้9ประการ ดังนี้

             1.ความเสมอภาคในการใช้งาน (EQUITABLE USE)

             เป็นการออกแบบเพื่อให้สามารถใช้ประโยชน์ได้สําหรับคนทุกคน ข้อมูลและอุปกรณ์ต้องใช้ งานได้อย่างราบรื่นโดยกลุ่มนักเรียนที่เยอะขึ้นและมีความหลากหลายมากขึ้น หมายถึงการใช้อุปกรณ์การ เรียนการสอนที่เหมือนกัน เมื่อใดก็ตามที่เป็นไปได้ และใช้อุปกรณ์ที่เทียบเท่าเมื่อใช้อุปกรณ์ที่เหมือนกัน ไม่ได้” ตัวอย่างเช่นข้อความดิจิทัลในรูปแบบที่ใช้ได้กับซอฟต์แวร์อ่านข้อความหลาย ๆ ชนิด และมีสงค์ เชื่อมโยงไปยังข้อมูลเบื้องหลังสําหรับนักเรียนทุกคน

             2. ความยืดหยุ่นในการใช้ FLEXIBILITY IN USE)

เป็นการออกแบบที่ทําให้ผู้เรียนแต่ละคนที่มีความหลากหลายได้ใได้เช่นเดียวกัน ต้องม ตัวเลือกหากผู้เรียนต้องการซื้อเนื้อหาต้องทําได้ หรือจะพิมพ์ออกมาเป็นเอกสารที่จับต้องได้ก็ต้องทําได้ และยังต้องปรับขนาดและความคมชัดของตัวอักษรได้เพื่อประโยชน์ต่อผู้เรียนที่มีปัญหาด้านสายตา ผู้สอนการ จัดเตรียมวิธีการสอนที่หลากหลาย เพื่อช่วยให้ผู้เรียนได้รับเชาระความรู้เดียวกันในหลายรูปแบบ

             3. ง่ายและเป็นธรรมชาติ (SIMPLE AND INTUITIVE)

             เป็นการออกแบบที่ทําให้ผลิตภัณฑ์นั้นใช้งานง่าย สิ่งสําคัญในการเรียนรู้คือความเข้าใจเนื้อหาที่ เรียน ไม่ใช่วิธีในการทําความเข้าใจ (วิธีไม่สําคัญ สําคัญคือเข้าใจ) เมื่อผู้สอนจะนําหลักการนี้ไปใช้ซึ่งต้องใช้ ตารางคะแนนช่วย (ในตารางจะเขียนว่าต้องเข้าใจอะไรอย่างไร)

             4. สารสนเทศที่ช่วยให้รับรู้ได้ (PERCEPTIBLE INFORMATION)

             เป็นการออกแบบที่ทําให้ผู้เรียนแต่ละคนเข้าถึงข้อมูลได้เหมือนกัน ข้อมูลสารสนเทศความรู้จะ ถูกนําเสนอแก่ผู้เรียนในลักษณะที่สามารถเข้าถึงได้ (ตัวอย่างเช่นเมื่อพูดถึงกราฟิกจะมีการอธิบาย หรือใช้ แท็กสําหรับผู้เรียนที่มีความบกพร่องทางสายตา ส่วนคําบรรยายมีไว้สําหรับนักเรียนที่มีความบกพร่อง ทางการได้ยิน และเอกสารการอ่านทั้งหมดจะมีให้ในรูปแบบดิจิทัลที่เข้าถึงได้)

             5. การยอมรับว่าจะมีข้อผิดพลาดเกิดขึ้น (TOLERANCE FOR ERROR)

             เป็นการออกแบบที่คำนึงความปลอดภัยของผู้เรียน (ในฐานะใช้) ผู้สอนต้องเข้าใจว่าผู้เรียนมี ประสบการณ์ที่แตกต่างกัน และมีแหล่งเรียนรู้ที่แตกต่างกัน ผลก็คือประสิทธิภาพของการสอนก็ย่อมแปรผัน ไปเช่นเดียวกัน ผู้สอนต้องให้ผู้เรียนแบ่งโครงงานใหญ่ ๆ ออกเป็นส่วนเล็ก ๆ มาส่งก่อน เพื่อจะได้นํา ข้อเสนอจากผู้สอนไปปรับปรุงโครงงานโดยรวม

             6. ความสามารถทางกายภาพที่ต่ำ (LOW PHYSICAL EFFORT)

             เป็นการออกแบบเพื่อให้ผู้ใช้มีความเมื่อยล้าในการใช้น้อยที่สุด เมื่อความพยายามทางกายภาพ ไม่ได้เป็นส่วนสําคัญของหลักสูตรายวิชา ความพยายามทางกายภาพควรจะขจัดให้หายไปเพื่อที่ผู้เรียนจะ “เพิ่มความสนใจในการเรียนรู้” ดังนั้นการลดอุปสรรคการเรียนรู้ในทางกายภาพก็เป็นดีในการเรียนรู้สําหรับผู้เรียนบางคน

             7. ขนาดและพื้นที่สําหรับการประยุกต์ใช้และการใช้ (SIZE AND SPACE FOR APPROACH AND USE)

             เป็นการออกแบบเพียผู้ใช้ที่มีขนาดร่างกายที่แตกต่างกันใช้ได้อย่างสะดวก พิจารณาความ ต้องการของผู้เรียนภายในพื้นที่ที่กําหนดไว้ โดยให้ความสําคัญกับการเปลี่ยนแปลงในขนาดร่างกาย ทําทาง การเคลื่อนไหวและความต้องการของนักเรียน

             8. ชุมชนของผู้เรียน (A COMMUNITY OF LEARNERS)

             เป็นการออกแบบสิ่งแวดล้อมการเรียนรู้ สร้างสภาพแวดล้อม (ทั้งทางกายภาพและทางออนไลน์) 13 สกปลอดภัยและสนับสนุนการได้ตอบระหว่างนักเรียนด้วยกันเอง รวมทั้งระหว่างนักเรียนและผู้สอน

             9. บรรยากาศในการสอน ( INSTRUCTIONAL. CLIMATE)

             เป็นการออกแบบสิ่งแวดล้อมการเรียนรู้ ที่สภาพแวดล้อม ได้รับการออกแบบมาเพื่อล้าง คม สื่อสาร ให้นังเรือนรับรู้ว่าผู้สอนมีตั้งความคาดหวังไว้สูงสําหรับผู้เรียนทุกคน อาจารย์ผู้สอนสามาร เริ่มต้นกระบวนการนี้ได้ทั้งในหลักสูตรกับคําแถลงเกี่ยวกับความคาดหวังในการเคารพต่อความแตกต่างและ ความหลากหลายรวมถึงข้อความกระตุ้นให้นักเรียนเปิดเผยตนเองเกี่ยวกับปัญหาการเรียนรู้ที่ได้รับการรับรอง หรือสงสัยหรือสงสัย